วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

เส้นใยจิ๋วในระดับนาโนเมตร

       หลังจากที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านความสวยความงามกันมาเรื่อยๆแล้วนั้น ล่าสุดเกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นกับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางกันอีกแล้วค่ะ กับ  "แผ่นแปะรักษาสิว" ซึ่งผลิตจาก เส้นใยจิ๋วในระดับนาโนเมตร ด้วยเทคโนโลยีปั่นเส้นใยไฟฟ้าสถิตหรือ Electrospinning ของนักวิจัย

       ดร.พิกุลทอง ขอเพิ่มทรัพย์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ค้นพบว่า เทคโนโลยีปั่นเส้นใยไฟฟ้าสถิตสามารถผลิตเส้นใยที่มีความบางต่ำกว่า 1 มิลลิเมตร  ส่งผลให้แผ่นแปะรักษาสิว ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายกับแผ่นแปะนิโคตินสำหรับเลิกบุหรี่ โดยส่งผ่านสารสำคัญลงลึกสู่ชั้นใต้ผิวหนังนั้น มีความเรียบเนียนติดกับผิวหนังได้สนิท ต่างจากผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั่วไป



       นอกจากเทคโนโลยีเส้นใยนาโนที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพแล้ว นักวิจัยยังเลือกใช้สารสกัดจากเปลือกมังคุด ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีนัยสำคัญ มาเป็นส่วนประกอบหลักในแผ่นแปะนาโน อีกทั้งการผสมผสานความสามารถของเส้นใย 3 รูปแบบซึ่งซ้อนทับกัน 3 ชั้น ได้แก่ เส้นใยสีเหมือนผิว เส้นใยที่มีส่วนผสมของสารสกัดมังคุดและเส้นใยกาว พร้อมด้วยคุณสมบัติของเส้นใยที่มีลักษณะเป็นรูพรุน จะช่วยเพิ่มการระบายอากาศ ลดการอับชื้นและควบคุมการปลดปล่อยสารสกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดการอักเสบและบดบังรอยแดงของสิว พิสูจน์ได้จากผลการทดสอบทางคลินิก เส้นใยที่ซ้อนทับกันสามชั้นยังช่วยลดการสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อน ทำให้สามารถใช้เครื่องสำอางได้ตามปกติ

       "คุณสมบัติเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสทางการตลาด เนื่องจากผลิตภัณฑ์แผ่นแปะรักษาสิวที่มีอยู่ในท้องตลาด ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน" ดร.พิกุลทองกล่าว

       จากผลิตภัณฑ์แผ่นแปะต้นแบบ ทีมวิจัยได้พัฒนาแผ่นแปะ 2 เฉดสี ให้เข้ากับสีผิวส่วนใหญ่ของคนไทย โดยเน้นไปที่โทนสีเข้มสำหรับผิวคล้ำ และสีอ่อนสำหรับผิวขาว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นหรือวัยทำงานที่พบกับปัญหาสิวอักเสบโดยเฉพาะ  ทั้งนี้ ผลสำเร็จจากงานวิจัยดังกล่าวสามารถถ่ายทอดไปยังผู้ประกอบการที่สนใจ อาทิ บริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอาง โรงพยาบาลและคลินิกด้านความงาม เพียงแค่ลงทุนซื้อเครื่องปั่นเส้นใยไฟฟ้าสถิตก็สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นจะต้องใช้สารสกัดจากเปลือกมังคุดเท่านั้น


ส่งต่อความคิด
       ตลาดผลิตภัณฑ์รักษาสิวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 8-10% จากปี 2550 สินค้าในกลุ่มนี้มีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านบาท ขยับเป็น 300 ล้านบาทในปี 2552 และ 1 พันล้านบาทในปัจจุบัน โดยตลาดใหญ่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แต้มสิวและโฟมขจัดสิว

       "แผ่นแปะรักษาสิวมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 2% หรือ 20 ล้านบาท เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้ จึงยังมีส่วนแบ่งอีก 90% ที่รอให้นักลงทุนเข้ามาต่อยอด โดยอาศัยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากวิจัยวิทยาศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี" ดร.พิกุลทอง กล่าว

       ทั้งนี้ ผลงานวิจัยแผ่นแปะรักษาสิวเป็น 1 ใน 5 ผลงานวิจัยเด่น ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่จะเปิดตัวในงาน NSTDA Investor's Days 2012 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยสู่ AEC" ในวันที่ 20 ก.ย.นี้ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

       ส่วนอีก 4 ผลงานที่เหลือ ได้แก่ ตัวเร่งปฏิกิริยาไบโอดีเซลจากเปลือกไข่ เครื่องตรวจจับจุลชีพด้วยแผ่นช่องทางเดินของไหลขนาดไมครอนพร้อมระบบวินิจฉัยทางไกล ชุดทดสอบออกซิเจนละลายน้ำแบบพกพาและเครื่องวัดและวิเคราะห์ขนาดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ ภายในงานยังจะพบกับผลงานวิจัยน่าลงทุนจากเครือข่ายวิจัยที่มีศักยภาพ อีกกว่า 27 ผลงาน พร้อมด้วยเวทีเจรจาธุรกิจให้ภาคเอกชนที่สนใจลงทุนธุรกิจใหม่ หรือต่อยอดธุรกิจเดิมโดยอาศัยผลงานวิจัยเป็นพลังในการขับเคลื่อน

       ถึงเวลาแล้วที่เราต้องพัฒนาเอาธรรมชาติที่มีอยู่มาดัดแปลง เพื่อพลิกธุรกิจให้หยั่งยืน และเป็นที่รู้จักต่อประชากรทั่วโลก ถึงความสามารถของคนที่เราที่ดัดแปลงเอาเส้นใยนาโน มาปรับใช้กับผลไม้ไทย ให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องกับธุรกิจ และสร้างชื่อเสียงให้กับสมุนไพร และผลไม้ไทยอีกด้วย หากเพื่อนๆมีไอเดีย อื่นๆเพิ่มเติม ว่า "สมุนไพรหรือผลไม้ไทย" ชนิดไหนที่น่าจะมีประโยชน์ด้านเวชสำอาง ลองมาพูดคุยกันได้นะคะ ^^


ขอบคุณความรู้ดีดีจาก กรุงเทพธุรกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

ถั่วเหลืองคั่วกรอบ


       "ถั่วเหลืองคั่วกรอบ" ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุตชาวไต(ชาวไทยใหญ่ดังเดิม) เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความโดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงประเพณี วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองแม่ฮ่องสอนในอดีต ให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนและรู้สืบทอด การผลิต

                       

       "ถั่วเหลือง" คั่ว อย่างไรให้อร่อยและอนุรักษ์ความดังเดิมไปพร้อมกัน โดยอาศัยกรรมวิธีการผลิตที่บรรพบุรุตของเราถ่ายทอดไว้ให้ ซึ่งการคั่วของชาวแม่ฮ่องสอนส่วนใหญ่ ยังคงใช้เตาถ่านอยู่ ลักษณะของเตาถ่านที่ใช้กันแต่ละบ้านก็จะทำขึ้นเอง เพราะการคั่วแบบนี้สามารถให้ความร้อนสูง ผู้ที่ทำการคั่วจึงต้องใช้ความอดทนอย่างมาก แต่วิธีนี้ก็สามารถทำให้ถั่วเหลืองคั่วสุกได้สม่ำเสมอกัน ได้ความกรอบอร่อย เก็บไว้ได้นาน  ปัจจุบันวิธีนี้ก็ยังใช้กันอยู่และถือเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

  ต่อมาเราได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างมาตรฐานและคุณภาพเพื่อออกสู้ตลาดที่ใหญ่ขึ้น เราจึงส่ง "ถั่วเหลืองคั่วกรอบ" เข้าคัดสรรสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้ผ่านการคัดเลือกให้อยู่ในระดับ 4 ดาว เป็นความภาคภูมิใจที่เราสามารถทำให้ผู้คนได้รู้จัก ได้รับประทานสินค้าที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้อย่างแพร่หลาย และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับคนในท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วย


อัตลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
         ลักษณะที่โดดเด่นของถั่วเหลืองคั่วกรอบ คือ ถั่วเหลืองที่คั่วสุกแล้วจะมีความกรอบ คนทุกวัยสามารถรับประทานได้เพราะไม่แข็งจนเกินไป ประกอบกับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ได้สร้างสรรค์ให้มีความหน้าสนใจ สะดวกต่อการรับประทาน


บทความโดย .. คุณเทอดศักดิ์ ปิติวุฒิ หจก.ภาสว่าง จ.แม่ฮ่องสอน

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ป๊อปคอร์นไทยใหญ่ (ข้าวโพดคั่วเกลือ)


         ป๊อปคอร์นไทยใหญ่ (ข้าวโพดคั่วเกลือ) เป็นขนมขบเคี้ยวที่ผมเคยรับประทานในสมัยเด็กๆ ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะนำข้าวโพดข้าวเหนียวซึ่งเป็นข้าวโพดประจำท้องถิ่น นำมาคั่วใส่เกลือไว้ให้ผมและหลานๆได้กิน  ผมคิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่กรอบ อร่อย ไม่เหมือนใครถ้าทำออกมาจำหน่าย ก็น่าจะขายได้ และยังให้ชื่อ “ป๊อปคอร์นไทยใหญ่”เพื่อเป็นเครดิตแด่ผู้เฒ่าผู้แก่ (ชาวไทยใหญ่)ผู้คิดค้นสูตรนี้



      ขั้นตอนและวิธีการใช้งาน ....นำข้าวโพดสีม่วง(ข้าวโพดข้าวเหนียว) มาแช่น้ำ ทำความสะอาด  แล้วนำมาตากแดด ค่อนข้างต้องตากหลายแดด จนกว่าข้าวโพดจะแห้ง แล้วตั้งกะทะใส่น้ำมันพืชนิดหน่อย พอร้อนได้ที่ ก็นำข้าวโพดลงคั่ว พอข้าวโพดเริ่มบานก็ตักขึ้น  พักไว้บนกระดาษเพื่อซับน้ำมันออก แล้วใส่เกลือคลุกเข้ากัน เท่านี้ก็พร้อมรับประทานได้ตลอดเวลา

              ประโยชน์ข้าวโพดสีม่วงหรือสีดำ(ข้าวโพดข้าวเหนียว) อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย ทั้งแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้อัตราการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายลดลงทำให้แก่ช้ากว่าวัย และยังมีสารช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น ชนิดเนื้องอก และช่วยให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรคและสมานแผล และช่วยเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดแดง

        จุดเด่นของผลงาน ....เป็นข้าวโพด กรอบ กรอบ ที่ไม่บานเหมือนป๊อปคอร์นทั่วไป ดังนั้น เม็ดข้าวโพดที่คั่วแล้วไม่แตกหรือไม่บานสามารถรับประทานได้หมดและไม่แข็งจนเกินไป ซึ่งส่วนนี้ผมเชื่อว่าเป็นเอกลักษณ์ของป๊อปคอร์นไทยใหญ่ ที่ไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน และผมก็ยังคงเชื่อเสมอว่า ภูมิปัญญาไทยคือสิ่งที่นำพามาซึ่งประโยชน์นานาประการอยู่เสมอ 



        บทความโดย คุณเทอดศักดิ์ ปิติวุฒิ หจก.ภาสว่าง จ.แม่ฮ่องสอน

กลับมาเฮฮา ตามประสาไอหมอก

         กลับสู่โหมดตั้งใจทำงานกันอีกครั้งนะคะ ^^ หลังจากที่ท้อแท้เรื่องงานมาในระยะหนึ่ง ไอหมอกไปพักผ่อนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ รู้สึกสบายใจ โล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ มีความรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกออกไปจากใจเลยทีเดียว

          พร้อมแล้วที่ไอหมอกจะกลับมาร่าเริงอีกครั้ง สู้กับงานที่เราต้องรับมือด้วยความเต็มที่ ไอหมอกก็เชื่่อว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งของมนุษย์ ย่อมมีความรู้สึก สุข ทุกข์ สลับกันไป เพราะว่าทุกคนมีเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ แต่เราก็ต้องอยู่กับความจริงในปัจจุบันให้ได้ที่สุด อย่ามัวจมอยู่กับความผิดหวังเนิ่นนานจนเกินไป เพราะนั่นมันทำให้เราจมอยู่กับความเศร้า ความทุกข์อยู่อย่างน้้น ถ้าเราหันไปมองอีกทีก็จะเห็นว่า ในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่เราสมควรที่จะได้รับความสุขอย่างเต็มที่ แต่ทำไมเรากลับมัวแต่ไปจมอยู่กับสิ่งที่ไม่ว่ายังไงเราก็ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์นั้นๆ ให้กลับมาเป็นอย่างที่เราต้องการได้อย่างแน่นอน สู้เรามาสนุกกับทุกสิ่งที่มี ทุกอย่างที่เจออย่างเต็มที่ดีกว่า


         วันนี้ไอหมอกอยากเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่เป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่กำลังมีความทุกข์อยู่ ณ ช่วงเวลานี้อย่างเต็มใจนะคะ เวลาเศร้า เพื่อนๆโปรดนึกไว้เสมอว่า ยังมีไอหมอกอยู่ข้างๆเพื่อนๆ เสมอนะคะ ^^ อะไรที่สามารถระบายให้ไอหมอกได้สามารถพัดพาความทุกข์ของท่านออกไปได้ ไอหมอกก็ยินดีที่จะทำนะคะ เพราะว่ากำลังใจคือสิ่งที่เป็นแรงผลักดันที่สำคัญในชีวิตของเราอยู่เสมอ สู้ และยิ้มไปกับมันนะคะ

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

ไอหมอกสีเทา


              วันนี้ไอหมอกมาอีกฟิวนึง .. ตามสภาพอากาศช่วงพายุเข้าในช่วงนี้เลยค่ะ เพื่อนๆเคยเป็นกันบ้างมั้ยเอ่ย ที่อยู่ๆ เราก็เกิดอากาศเหนื่อยอย่างแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งๆที่ปกติเราก็เป็นคนที่ค่อนข้างเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว แต่ก็นะ .. บางครั้งความสามารถในการแบกรับของคนเรามันก็แตกต่างกันไป สำหรับไอหมอกแล้ว ปัญหาที่เครียดกันได้อยู่บ่อยๆ นั่นก็คือเรื่องงาน ที่ค่อนข้างมีปัญหาเข้ามาไม่รู้จักหยุดหย่อน แน่นอน การดำเนินชีวิตของคนที่มีความรู้สึกนึกคิด มันต้องมีปัญหาเข้ามาให้แก้ไขเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ไอหมอกก็ยังถือว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดี ที่มีกำลังใจดีดีจากหลายๆคนอยู่ข้างๆ เสมอ ...

              บางทีเราก็ต้องรู้จักการปล่อยวางบ้างเนอะ การเดินทางตามหาความฝัน ถ้าไม่เกิดปัญหาอะไรเลย ความฝันของเราก็คงได้มาง่ายดายมากเกินไป ยอมเหนื่อยเพื่อเก็บประสบการณ์ที่สวยงามรายทาง บางทีสิ่งเหล่านี้ก็เป็นบทเรียนที่มีค่า ที่เราไม่สามารถเรียนรู้ได้จากที่ไหนๆในโลกนี้เลยก็ได้ :))) 

              ขอบคุณกำลังใจดีดี จากครอบครัวที่น่ารัก พ่อ แม่ น้องสาว เข้าใจในสิ่งที่เป็นเราอยู่เสมอ .. เพื่อน พี่ น้องๆ ทุกคนเข้าใจในความรู้สึก ให้กำลังใจอย่างน่ารักๆ ขอบคุณคนคนนึงที่เอาใจใส่ทุ่มเท ใส่ใจกับไอหมอกอยู่เสมอ .. ณ วันนี้ ถ้าเราต้องเลือกใครแล้ว ก็คงไม่พ้นเค้าคนนี้แหละ ^^ 


วันนี้ไอหมอกอาจจะดูไม่สดใส สวยงาม แต่ขอเวลาอีกนิดนึง เดี๋ยวไอหมอกจะกลับมาเป็นแรงอีกแรงหนึ่ง ที่ส่งเสริมโลกนี้ให้น่าอยู่ไปพร้อมๆ กับเพื่อนๆอีกครั้ง .. อีกไม่นาน 
เป็นกำลังใจให้ไอหมอกด้วยนะคะ ที่รักทุกท่าน 

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

อาหารลดความอ้วน – ถั่วเปลือกแข็ง


หลังจากที่เราได้กล่าวถึง อาหารที่มีส่วนช่วยในการเผาผลาญในร่างกาย เพื่อลดความอ้วนชนิดแรก ได้แก่ “พริก”ไปแล้วนั้น วันนี้เรามาพูดถึงอาหารลดความอ้วนชนิดที่ 2 ซึ่งได้แก่ อาหารตระกูล “ถั่วเปลือกแข็ง” กันต่อเลยดีกว่าค่ะ ท่านผู้อ่านรู้กันมั้ยเอ่ยว่า ถั่วเปลือกแข็ง เป็นถั่วประเภทไหนกันบ้าง? ง่ายๆ ถั่วเปลือกแข็งที่ว่าก็คือ นัท (Nut), ถั่วลิสง (Peanuts), ถั่วอัลมอนด์ (Almonds), ถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew Nuts), ถั่วแมคาเดเมีย (Macadamia Nuts), ถั่ววอลนัท (Walnuts), ถั่วพิสตาชิโอ (Pistachio Nuts), ถั่วพีแคน (Pecan Nuts), ถั่วฮาเซลนัท (Hazel Nuts) และถั่วเม็ดสน (Pine Nuts) ซึ่งผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย Purdue สหรัฐอเมริกา พบว่าการกินถั่วเปลือกแข็งช่วยกระตุ้นร่างกายให้เผาผลาญดีขึ้นอีก 11 เปอร์เซ็นต์และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ ถึงแม้ว่าถั่วหนึ่งกำมือจะมีแคลอรีสูงถึง 165 กิโลแคลอรี ก็ตาม
ถั่วเปลือกแข็ง
                เมื่อพูดถึงถั่วหลายคนอาจจะไม่ชอบเนื่องจากทำให้เกิดก๊าซ ในท้อง หรืออาจจะกลัวอ้วน เนื่องจากถั่วจะมีปริมาณมานไขมันสูง ซึ่งความจริงไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญประมาณร้อยละ 80 ของพลังงานทั้งหมด แต่ไขมันในถั่วเป็นไขมันไม่อิ่มตัว และเป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต ผิวหนัง ผม การควบคุมความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบการแข็งตัวของเลือด ไขมันในถั่วเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน Polpolyunsaturated fats และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียว Monounsaturated fats ซึ่งสามารถเพิ่มระดับ HDL ซึ่งเป็นไขมันที่ดี ซึ่งป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยวิตามินอี (ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ) Dietary fiber, Magnesium, Copper, Phosphorus, Potassium, Selenium และ Folate ปัจจุบันองค์การอาหารและยาของอเมริกายังได้แนะนำให้รับประทานถั่ววันละ 1 กำมือเพื่อลดไขมัน cholesterol อีกด้วย
                ผลิตภัณฑ์จากธัญพืชเต็มเมล็ดอย่างตระกูลถั่วเปลือกแข็ง อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ อาทิ โอเมก้า 3 6 และกรดไลโนเลอิก ช่วยลดสาเหตุของการติดเชื้อ และช่วยดูแลระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้เช่นกัน เมื่อรับประทานอัลมอนด์ วอลนัท และถั่วบลาซิลนัท จะเป็นผลดีต่อโรคหัวใจ และลดปริมานไขมันร้าย และยังมีประโยชน์ต่อผิวพรรณ ช่วยลดริ้วรอย และช่วยฟื้นฟูความจำได้ดีอีกด้วย

                และแน่นอนว่า อาหารทุกประเภทย่อมมีทั้งผลดีและผลเสียอยู่ร่วมกัน ดังนั้นการรับประทานถั่วเปลือกแข็งที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน ควรจะเลือกรับประทานในปริมานที่เหมาะสม ควบคุมการกินให้มีความสมดุล เท่านี้ก็จะทำให้ทุกท่าน สามารถเผาผลาญไขมันได้อย่างเป็นระบบ เดินเข้าสู่การเป็นผู้มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และบุคลิกดีได้อีกด้วย

บทความโดย .. คุณเพ็ญวิสาข์  หล้าตานะ และ ศูนย์สารนิเทศทางอาหาร (FIC)
ขอบคุณ รูปภาพจากอินเตอร์เนต

วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การตลาดออนไลน์ 2




จากการที่บทความการตลาดออนไลน์ครั้งที่แล้ว (เริ่มต้นกันด้วย Marketing) ได้กล่าวไปแล้วว่า การตลาดแบบ Offline และการตลาดแบบ Online มีความแตกต่างกันอย่างไร หลังจากให้การบ้านสำหรับผู้ประกอบการไปว่า “ธุรกิจของท่านมีลูกค้าเป้าหมายอยู่ในกลุ่มไหน?” วันนี้วิคิดว่า ผู้ประกอบการทุกท่านคงทราบเป็นอย่างดีแล้วว่าลูกค้าของท่านเองเป็นกลุ่มไหน
หากท่านวิเคราะห์ออกมาแล้วว่า กลุ่มลูกค้าของท่านอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 15-35 ปี วิขอแนะนำให้ท่านทำการตลาดผ่าน Social Network เพราะจะทำให้ท่านสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด ซึ่งหลายๆท่านก็อาจจะงงเล็กน้อยว่า Social Network ที่วิพูดถึงคืออะไร แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาพูดว่า เราจำมาทำการตลาดออนไลน์อย่างง่ายผ่าน Facebook ทุกท่านก็คงอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า “อ๋อออออ” ^^ ซึ่ง Facebook เป็นการทำการตลาดที่ได้ผลเร็ว เห็นผลได้จริง ประเมินผลได้ทันเวลา และประหยัดต้นทุนด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์กันได้อย่างมากเลยทีเดียว
จากการวิเคราะห์สถานการณ์การเข้าถึง Facebook ของไทยจากหลายๆสถาบันพบว่า คนไทยเข้าถึง Facebook เฉลี่ยแล้วมากกว่า 15 ชั่วโมงต่อวัน โอ้โห.. สูงมากเลยนะคะ และยังพบว่า Facebook เป็น social Network ชนิดเดียวที่ประชาชนใช้เวลาในการตอบโต้ และขับเคลื่อนสถานการณ์ต่างๆ เป็นระยะเวลานานเลยทีเดียว ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราต้องมาทำการตลาดผ่าน Facebook หรือที่เราเรียกกันว่า Fan Page ผู้ประกอบการสามารถสร้าง Fan Page ได้ง่ายๆ คลิก  หลังจากที่เราสร้าง Fan Page กันเรียบร้อยแล้ว วิขอแนะนำทริคง่ายๆในการทำ Fan Page ดังนี้ค่ะ
1.   ปรับ ตกแต่งรูปของ Fan page ให้สวยงาม เพื่อดึงดูดความสนใจ และเป็นจุดเด่นเหนือคู่แข่ง
2.   สร้างฐานการรับรู้จากลูกค้า โดยเชิญชวนเพื่อนให้เข้ามา LIKE ที่ Fan Page ของเรา
3.   หลังจากที่มีฐานลูกค้าแล้ว สิ่งสำคัญที่ Fage พึงกระทำคือ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ติดตาม อาทิเช่น ข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของท่าน ทั้งทางตรงและทางอ้อม
4.   มีการอัพเดตข้อมูลบน Fan Page เป็นประจำและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความคุ้นชินให้กับลูกค้าผู้ติดตาม
5.   มีการตอบสนอง และตอบกลับลูกค้าทันที ที่ลูกค้ามีส่วนร่วมบน Fan Page อาทิเช่น Post ถามบนหน้า Fan Page การ Like การส่งข้อความมายังกล่องข้อความ เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่า ตนเองมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการอยู่เสมอ
6.   มีการวิเคราะห์ว่า ลูกค้าของเราชื่นชอบสิ่งไหนจากการที่เรา Post เพื่อป้อนข้อมูลที่ตรงใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
บทความจาก .. คุณเพ็ญวิสาข์ หล้าตานะ