แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Steve Job สตีฟ จ็อบส์ เรื่องส่วนตัว ผู้นำ การตลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Steve Job สตีฟ จ็อบส์ เรื่องส่วนตัว ผู้นำ การตลาด แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สตีฟ จ็อบส์ 2

18 เรื่อง(ส่วนตัว)ที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ สตีฟ จ็อบส์ 2

      หลังจากที่เราพูดถึง 18 เรื่องส่วนตัวไปก่อนหน้านี้แล้วครึ่งหนึ่ง วันนี้เรามาตามเอาส่วนที่เหลือกันนะคะ ^^



      10.จ็อบส์ให้คำแนะนำกับแลร์รี เพจว่ากูเกิลกำลังจะกลายเป็นไมโครซอฟท์ ทั้งๆ ที่จ็อบส์ไม่ลงรอยกับเอริค ชมิดท์ อย่างไรก็ตาม จ็อบส์ได้ให้คำแนะนำแก่แลร์รี เพจในเรื่องเกี่ยวกับกูเกิล จ็อบส์บอกกับเพจว่ากูเกิลกำลังจะกลายเป็นไมโครซอฟท์ ดังนั้นจงรักษาผลิตภัณฑ์ที่ดีของกูเกิลไว้เพียง 5 อย่าง แล้วกำจัดสิ่งที่เหลืออกไป หาให้พบว่าต้องการให้กูเกิลเติบโตไปเป็นอะไร

       11.จ็อบส์กล่าวกับโอบามาว่า เขาจะสามารถดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีได้วาระเดียว จ็อบส์เคยกล่าวว่า บารัค โอบามาจะสามารถดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีได้เพียงสมัยเดียวเท่านั้น จ็อบส์มองว่านโยบายที่ไม่เป็นมิตรต่อระบบธุรกิจในประเทศของโอบามาคือปัญหาหลัก อย่างไรก็ตาม โอบามาและจ็อบส์ก็ยังคงติดต่อกันเรื่อยมา จ็อบส์เสนอช่วยการหาเสียงการเลือกตั้งของโอบามาที่จะมีขึ้นในปี 2012

       12.จ็อบส์กล่าวกับไอแซคสันว่าเขามีความลับของผลิตภัณฑ์ตัวต่อไปของแอปเปิ้ล ไอแซคสันกล่าวว่า โครงการใหญ่ของจ็อบส์กับผลิตภัณฑ์ตัวต่อไปของแอปเปิ้ลคือโทรทัศน์ที่รวบรวมอุปกรณ์เทคโนโลยีทุกสิ่งไว้ในเครื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะการใช้งานคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นดนตรี และโทรศัพท์ ซึ่งเป็นอะไรที่เรียบง่ายแต่หรูหรา

       13.จ็อบส์ทิ้งดีไซน์ชิ้นแรกของสำนักงานแอปเปิ้ลแห่งที่สองที่เป็นแคมปัสในคูเปอร์ติโนเพราะลูกชายของเขาคิดว่าการออกแบบดังกล่าวมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชาย

       14.จ็อบส์ผิดหวังกับการตอบรับไอแพดที่ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อไอแพดออกวางจำหน่าย ผู้คนหลายคนกล่าวว่ามันไม่ค่อยเป็นที่ประทับใจเท่าไรนัก เพราะไม่ค่อยมีความจำเป็น จ็อบส์ได้รับอีเมลกว่า 800 ฉบับจากผู้บริโภคที่ตำหนิในเรื่องดังกล่าว

       15.เกือบจะไม่มี ”แอพ” ต่างๆ ที่ใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ จ็อบส์ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องแอพพลิเคชั่น ในตอนแรกนั้นเขาปฏิเสธการใช้งานของ “แอพ” ต่างๆ เนื่องจากเกรงว่าทีมงานแอปเปิ้ลจะไม่สามารถแก้ปัญหาความซับซ้อนของระบบได้ แต่หลังจากที่คณะกรรมการบริหารแอปเปิ้ลเรียกร้องอยู่หลายต่อหลายครั้ง ในที่สุด เขาก็เปลี่ยนใจ

       16.จ็อบส์รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจไม่เข้ารับการผ่าตัดรักษามะเร็งตับอ่อน ภายหลังจากที่จ็อบส์พบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนในปี 2004 เขาตัดสินใจไม่เข้ารับการรักษาผ่าตัด ซึ่งต่อมาเขารู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจเช่นนั้น จ็อบส์กล่าวกับไอแซคสันว่า เขาเลื่อนการผ่าตัดออกไปเพื่อไปรับการรักษาตามแนวทางอื่น เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้ร่างกายของเขาถูกเปิดออกหรือมีอะไรเข้าไปจัดการในร่างกายของเขาด้วยวิธีการเช่นนั้น

       17.จ็อบส์กล่าวกับจอห์น สกัลลี ว่าเขาคิดว่าความตายเข้าใกล้เขาอยู่ในทุกขณะ จ็อบส์กล่าวกับซีอีโอแอปเปิ้ลคนก่อน จอห์น สกัลลีว่า เขาคิดว่าเขาต้องทำเรื่องต่างๆ ให้แล้วเสร็จในช่วงเวลาอันน้อยนิดที่เขามีเหลืออยู่ จ็อบส์กล่าวว่า พวกเรามีเวลาอันน้อยนิดบนโลกใบนี้ เรามีโอกาสที่จะทำสิ่งต่างๆ ที่น้อยนิดนี้ให้ยิ่งใหญ่และทำมันให้ดี ไม่มีใครรู้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าไหร่ แต่เขารู้สึกว่าเขาจะต้องทำมันให้สำเร็จในขณะที่เขายังเยาว์วัยอยู่

       18.สิ่งเดียวที่สตีฟ จ็อบส์ร้องขอเกี่ยวกับหนังสือชีวประวัติของเขาคือ หน้าปกหนังสือ สำหรับจ็อบส์แล้ว การนำเสนอคือทุกสิ่งทุกอย่าง เขาสัญญากับวอลเตอร์ ไอแซคสันว่าจะไม่เหลือบดูในสิ่งที่เขาเขียน แต่สิ่งเดียวที่จ็อบส์ร้องขอคือ ปกหนังสือจะต้องดูดีที่สุด

ที่มา: businessinsider.com

สตีฟ จ็อบส์ 1

18 เรื่อง(ส่วนตัว)ที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ สตีฟ จ็อบส์ 1

       ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องราวชีวิตของสตีฟ จ็อบส์ ได้ค่อยๆ ถูกเปิดเผยให้โลกรู้ บางเรื่องก็สร้างความประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว ในครั้งนี้วอลเตอร์ ไอแซคสัน จะมาเปิดเผยเรื่องราวชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ 18 สิ่งที่คุณยังไม่เคยรู้! ที่มาจากบทสัมภาษณ์กว่า 40 ครั้งของเขา ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ลอันโด่งดัง สตีฟ จ็อบส์


       1.หากจ็อบส์ยังไม่ได้เริ่มก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ล ก็ยังมีงานอื่นรอเขาอยู่อีก และงานนั้นก็คือ การเป็นนักกวีในเมืองปารีส

       2.จ็อบส์เลิกไปโบสถ์ตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อจ็อบส์อายุ 13 ปี เขาเห็นรูปเด็กผู้หิวโหยอยู่บนปกนิตยสาร Life เขาจึงถามคุณครูว่า พระเจ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กๆ เหล่านั้น หลังจากนั้นมา จ็อบส์ไม่เคยกลับไปยังโบสถ์นั้นอีก และไม่ได้กลับไปนับถือศาสนาคริสต์อีกเลยนับแต่นั้นมา

       3.จ็อบส์สูบบุหรี่ครั้งแรกอายุ 15 ปี หลังจากนั้นเขาได้ลองใช้ยาหลอนประสาท จ็อบส์ค้นพบแรงบันดาลใจจากหลายๆ สิ่ง หนึ่งในนั้นคือยา เมื่ออายุได้ 15 ปี จ็อบส์เริ่มสูบกัญชา และก่อนที่จะจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย จ็อบส์ได้ลองใช้ยาหลอนประสาทชนิดหนึ่ง (LSD) จ็อบส์กล่าวว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สำคัญในชีวิตเลยทีเดียว

       4.จ็อบส์มีข้อมูลที่ดาวน์โหลดมาไว้ในไอพอดน้อยมาก และเขาดาวน์โหลดหนังสือมาไว้ในไอแพดเพีบงเล่มเดียวในไอพอดของจ็อบส์มีบทเพลงของ Bob Dylan และนักเชลโล่ชื่อดังก้องโลกอย่าง Yo-Yo Ma และหนังสือเพียงเล่มเดียวที่อยู่ในไอแพดของเขาคืออัตชีวประวัติของโยคี จ็อบส์อ่านสิ่งนี้ทุกๆ ปี ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เขายังเป็นวัยรุ่น

       5.จ็อบส์คิดว่าผู้คนส่วนมากสามารถถูกแทนที่ได้ แต่นั่นไม่ใช่กับดีไซเนอร์อย่าง โจนาธาน ไอฟ
โจนาธาน ไอฟ คือนักออกแบบผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล ผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน จ็อบส์ถึงกับกล่าวว่าไอฟ คือผู้ร่วมงานทางจิตวิญญาณของเขา

       6.สตีฟ จ็อบส์ และพ่อที่แท้จริงของเขาเจอกันก่อนที่จะรู้ว่าทั้งสองมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกัน ดังที่เราได้รับรู้ว่าจ็อบส์ถูกรับเลี้ยงโดยพ่อแม่บุญธรรม พ่อที่แท้จริงของจ็อบส์เป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง น้องสาวร่วมสายเลือดของจ็อบส์ โมนา ซิมป์สัน เคยบอกจ็อบส์ว่า พ่อเคยพูดกับเธอว่า อยากให้ลูกๆ เห็นเขาในวันที่เขามีร้านอาหารที่ใหญ่โตกว่านี้ แต่จ็อบส์ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ และไม่ค่อยกล่าวถึงเรื่องนี้มากนัก

       7.บิล คลินตัน เคยขอคำปรึกษาจ็อบส์เกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาว โมนิก้า เลวินสกี้ เมื่อครั้งที่บิล คลินตัน ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาเคยโทรศัพท์ขอคำปรึกษาสตีฟ จ็อบส์ เกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวที่มีข่าวกับโมนิก้า เลวินสกี้ สิ่งที่จ็อบส์ให้คำแนะนำไปคือ “ผมไม่รู้ว่าคุณทำสิ่งนั้นหรือไม่ แต่หากเป็นเช่นนั้น คุณควรบอกให้ประเทศรับรู้”

       8.จ็อบส์ เกลียดเอริค ชมิดท์ เพราะจ็อบส์คิดว่าเขาคือผู้ที่ขโมยแอนดรอยด์ จ็อบส์ไม่ชอบเอริค ชมิดช์ เพราะจ็อบส์รู้สึกว่า กูเกิลขโมยแนวคิดจากไอโฟนไปสร้างแอนดรอยด์

       9.เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา จ็อบส์เริ่มพบปะผู้คนที่เขาอยากพบก่อนตาย หนึ่งในนั้นคือบิล เกตส์
จ็อบส์ไม่ค่อยถูกชะตากับเกตส์เท่าไรนัก จ็อบส์เคยกล่าวว่าบิล เกตส์เป็นคนที่ไม่มีจินตนาการ และเขาไม่เคยคิดค้นอะไรใหม่ๆ เลย ในขณะที่เกตส์เองก็กล่าวว่าจ็อบส์เป็นคนที่แปลก เขาไม่รู้อะไรมากมายนักเกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่เกตส์ก็ยอมรับว่าจ็อบส์เป็นผู้ที่มีสัญชาตญาณในงานที่เขาทำอย่างน่าทึ่ง

ที่มา: businessinsider.com